สำรวจตัวตนแท้จริง ผ่านการเชื่อมต่อกับจิตสูงกว่า (Higher Self) | นัดหมายการสะกดจิต QHHT

วิธีปล่อยวางความทุกข์และค้นพบความสงบ ด้วยเส้นทางสู่การตื่นรู้ในชีวิตอย่างแท้จริง

เหนื่อยกับความวุ่นวายไหมคะ? ชวนคุณมาค้นพบความหมายของ ตื่นรู้ในชีวิต ปล่อยวางอัตตา สัมผัสอิสรภาพทางใจ และกลับมามีความสุขกับปัจจุบันอย่างแท้จริง

สวัสดีค่ะทุกคน... ในวัยที่พวกเราหลายคนก้าวเข้าสู่เลขสี่ หรืออาจจะผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงจุดที่ชีวิตดูเหมือนจะมีความมั่นคงในสายตาของคนภายนอก เคยแอบตั้งคำถามกับตัวเองเงียบๆ ไหมคะว่า "ทำไมเราถึงยังรู้สึกเหนื่อยจัง?" ทั้งที่เรามีหน้าที่การงานที่มั่นคง มีครอบครัวให้ดูแล หรือมีทรัพย์สินเงินทองตามที่สังคมนิยามไว้ว่าสมบูรณ์แบบ แต่ลึกลงไปในซอกมุมหนึ่งของจิตใจ เรากลับยังวิ่งตามหาความสงบสุขที่ไม่เคยถูกเติมเต็มเสียที

ชีวิตที่ผ่านมาของเรา มักจะถูกผลักดันให้ไหลไปตามความเคยชิน ไหลไปตามความคาดหวังของสังคม และเผลอยึดติดกับคำว่า "ตัวฉัน" และ "ของฉัน" จนทำให้เราเหมือนคนที่กำลังเดินหลับตา หรือละเมอใช้ชีวิตโดยไม่รู้ตัว เรามักจะหลงเข้าไปในความคิด หลงเข้าไปในอารมณ์โกรธ เศร้า หรือกังวลล่วงหน้าไปไกลแสนไกล แต่เมื่อใดก็ตามที่เราเริ่มหยุดพัก เริ่มตั้งคำถามกับเข็มทิศชีวิต และกลับมาดูกายดูใจของตนเองในปัจจุบันขณะ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้ (Awakening) ที่กำลังจะเบ่งบานขึ้นในหัวใจของเราค่ะ

จากความหลงใหล สู่การกลับมารู้สึกตัว (Awakening Head)

เมื่อก่อน ฉันเองก็เคยเป็นคนที่วิ่งวุ่นอยู่กับความคิดและอารมณ์ของตัวเองตลอดเวลาค่ะ พอมีเรื่องไม่ดั่งใจก็ทุกข์แสนสาหัส พอมีเรื่องสมหวังก็สุขจนลืมตัว เราถูก "อวิชชา" หรือความไม่รู้ความจริงของโลก หลอกให้เชื่อว่าทุกอย่างบนโลกนี้เที่ยงแท้และเราสามารถควบคุมมันได้ทั้งหมด เราจึงสร้างกำแพง "อัตตา" หรืออีโก้ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเอง มองเห็นคนอื่นที่คิดต่างเป็นศัตรู แบกความคาดหวังไว้บนบ่า และเผลอเบียดเบียนทั้งตัวเองและคนรอบข้างโดยไม่ตั้งใจ

แต่ความจริงแล้ว สิ่งเหล่านี้คือมายาภาพค่ะ เมื่อเราเริ่มฝึกฝนที่จะมีความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เราจะเริ่มเข้าใจความจริงในระดับของความคิด เราอาจจะได้อ่านหนังสือธรรมะ ได้ฟังเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ หรือศึกษาปรัชญาชีวิตจากผู้รู้ จนเกิดปัญญาที่รับรู้ได้ว่า สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีสิ่งใดที่เรายึดถือเป็นเจ้าของได้จริง นี่คือระดับแรกของการเดินทาง ซึ่งเราเรียกกันว่าการตื่นทางสติปัญญาค่ะ

เมื่อหัวใจได้สัมผัสความจริง (Awakening Heart)

ทว่า แค่ความเข้าใจทางสมองหรือการจำทฤษฎีได้ อาจจะยังไม่พอที่จะเปลี่ยนชีวิตเราค่ะ เหมือนเรารู้จักคำว่า "ความรัก" จากการอ่านหนังสือ แต่ไม่เคยได้รักใครจริงๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เราได้กลับมาภาวนา กลับมาอยู่กับลมหายใจและปัจจุบันขณะอย่างแท้จริง จิตใจของเราจะได้สัมผัสกับความสงบอันกว้างใหญ่ เราจะก้าวออกจากความคับแคบของตัวตน มาสู่สภาวะที่ใจเปิดกว้างและเชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว

ลองนึกภาพวันที่คุณนั่งมองต้นไม้ ใบไม้ไหว แล้วรู้สึกว่าคุณกับธรรมชาติเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างตัวเรากับโลกภายนอก แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่มันกลับเป็นประสบการณ์ที่มีพลังมหาศาล ประสบการณ์ตรงนี้เองที่ทำให้เรามั่นใจว่า อิสรภาพทางใจนั้นมีอยู่จริง เมื่อจิตใจสว่างไสวและอ่อนโยนการตื่นรู้ (Awakening) ในระดับนี้จะหล่อหลอมให้เรามีความเมตตาต่อผู้อื่นอย่างลึกซึ้ง เพราะเรามองเห็นแล้วว่า เราและเขาต่างก็เป็นเพื่อนร่วมโลกในจักรวาลเดียวกัน

เป้าหมายสูงสุด ก้าวเข้าสู่ ตื่นรู้ในชีวิต (Awakening Life)

และแล้ว ก็มาถึงจุดหมายปลายทางที่งดงามที่สุดของการเดินทางภายใน นั่นคือการก้าวเข้าสู่ภาวะที่เราเรียกว่า "ตื่นรู้ในชีวิต" ค่ะ ในระดับนี้ ไม่ใช่แค่การคิดได้ หรือการสัมผัสความสงบได้ชั่วครั้งชั่วคราวเวลาไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมอีกต่อไป แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงทางจิตสำนึกอย่างสิ้นเชิงและถาวร

ลองจินตนาการถึงชีวิตที่คุณตื่นขึ้นมาทุกเช้า โดยไม่มีความรู้สึกถึง "ตัวกู ของกู" ที่หนักอึ้งอีกต่อไป จิตใจของคุณเป็นอิสระอย่างแท้จริง ไม่หวนกลับไปหลงติดในความคับแคบหรือความไม่รู้เดิมๆ อีกต่อไป ในศาสนาหรือวิถีจิตวิญญาณต่างๆ อาจเรียกสภาวะนี้ว่า การดวงตาเห็นธรรม ซาโตริ หรือการบรรลุเต๋า แต่นิยามที่เรียบง่ายและกินใจที่สุดสำหรับวัยของเราคือ การมีชีวิตอยู่ด้วยความเบิกบานและเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งค่ะ

ในสภาวะนี้ การตื่นรู้ (Awakening) ได้กลายเป็นเนื้อแท้ของการดำรงอยู่ทุกลมหายใจ เมื่อเรามองเข้ามาในตัวเอง เราจะไม่พบตัวตนที่ต้องแบกรับ ต้องแข่งขัน หรือต้องปกป้องอีกต่อไป (นี่คือปัญญา) และเมื่อเรามองออกไปภายนอก เราจะพบว่าสรรพสิ่งล้วนเป็นหนึ่งเดียวกับเรา (นี่คือเมตตา) ความรักที่เกิดขึ้นในระดับนี้จึงเป็นความรักที่ไร้เงื่อนไข ไร้พรมแดน และบริสุทธิ์อย่างแท้จริง โลกทั้งใบจะดูงดงามขึ้นทันทีเมื่อเรามองผ่านดวงตาของหัวใจที่เบิกบานแล้ว

ความงดงามของการใช้ชีวิตอย่างผู้ตื่นในโลกแห่งความเป็นจริง

หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วชีวิตของคนที่ก้าวข้ามความหลงแล้วจะเป็นอย่างไร? จะต้องปลีกวิเวก หนีไปบวช หรือหลบไปอยู่ในป่าลึกไหม? คำตอบคือ ไม่จำเป็นเลยค่ะ! เรายังคงเป็นคุณแม่ที่ดูแลลูก เป็นพนักงานออฟฟิศ เป็นผู้บริหาร หรือเป็นนักธุรกิจในโลกใบนี้ได้เหมือนเดิม เรายังคงล้างจาน จ่ายตลาด ทำงาน และเผชิญกับผู้คนมากมาย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงคือ "สภาวะภายใน" ของเราต่างหาก

เราจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ด้วยความเบาสบาย ไม่เป็นปฏิปักษ์กับใคร แม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย ปัญหาครอบครัว หรือความเครียดในที่ทำงาน เราก็จะมีสติรับมือด้วยความสงบเย็น ไม่ถูกความโกรธหรือความว้าวุ่นเข้าครอบงำ เราจะมองเห็นความงดงามในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว ดื่มด่ำกับกาแฟยามเช้าด้วยหัวใจที่เต็มอิ่ม และตระหนักเสมอว่าทุกลมหายใจคือของขวัญที่มีค่าที่สุด

ฉันเชื่อเสมอว่า การตื่นรู้ (Awakening) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเป็นสิทธิพิเศษของใครคนใดคนหนึ่งเท่านั้น แต่มันเป็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงวัยใด มีอดีตที่เจ็บปวด หรือมีภาระหน้าที่มากมายแค่ไหน หากคุณเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตและปรารถนาที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ คุณก็สามารถเริ่มต้นออกเดินทางบนเส้นทางสายนี้ได้เสมอค่ะ ในยุคปัจจุบันที่เรามีวิธีปฏิบัติที่หลากหลาย การผสานวิชาใจเข้ากับวิถีชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งที่ทำได้จริงและงดงามมาก

บทสรุปแห่งสันติสุข

ท้ายที่สุดนี้ การเดินทางกลับมาสู่บ้านที่แท้จริงของหัวใจ ไม่ใช่การวิ่งออกไปค้นหาความสำเร็จหรือความสุขจากสิ่งนอกกายเลยค่ะ แต่มันคือการ "หยุด" ถอยออกมาจากความวุ่นวายของความคิด แล้วกลับมารู้สึกตัว ทิ้งอัตตาและความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง เพื่อปล่อยให้ธรรมชาติที่บริสุทธิ์และกว้างใหญ่ของเราได้ปรากฏขึ้นมา

ขอให้บทความนี้ เป็นเสมือนเพื่อนที่คอยจับมือและมอบอ้อมกอดอุ่นๆ ให้คุณในวันที่เหนื่อยล้านะคะ ขอให้ทุกท่านได้พบกับความสงบเย็นที่แท้จริง และหวังว่า การตื่นรู้ (Awakening) จะเบ่งบานและนำพาสันติสุขมาสู่หัวใจของคุณในทุกๆ วันที่ยังมีลมหายใจค่ะ... ด้วยความรักและปรารถนาดีจากใจถึงทุกคนนะคะ

CONTACT

  • Phone
    094 982 8922
  • Email
    info@qhht-thailand.com
  • Line ID
    @qhht-thailand
  • Address
    QHHT Thailand 74 ถ.งามวงศ์วาน
    (ถัดจากซอย 2 มา 50 เมตร)
    อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000